Teletronix® LA-2A Leveling Amplifier สุดยอด Compressor ที่ Studio บันทึกเสียงต้องมี

Teletronix® LA-2A Leveling Amplifier สุดยอด Compressor ที่ Studio บันทึกเสียงต้องมี

 

เป็นเวลากว่า 50 ปีแล้วที่ Teletronix LA-2A ได้รับการยกย่องในเรื่อง Compression ที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็น Compressor แบบ Tube ที่ทำงานด้วยระบบ Electro-Optical ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งช่วยลด Gain ในทันที โดย Universal Audio บอกเองเลยว่า “ไม่ทำให้สัญญาณผิดเพี้ยน” จาก >>> Universal Audio ซึ่งด้วยคาแร็คเตอร์เสียงที่ได้มานั้น ทำให้มือมิกซ์หลายๆคนให้การยอมรับ และนิยมใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

3 Generation ของ Teletronix® LA-2A Leveling Amplifier

1.LA-2A Gray 

2.LA-2A Silver

3.Original LA-2

>>> ฟังเสียงเปรียบได้ที่ : Universal Audio

ทำไมถึงมี Teletronix® LA-2A 

ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 Jim Lawrence วิศวกรไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (University of Southern California) ได้ขอให้เข้าร่วม JPL (Jet Propulsion Laboratory)  ของ Cal Tech อย่างเงียบๆ ซึ่งเขาได้รับมอบหมายงานในการพัฒนาเซ็นเซอร์ Optical สำหรับโครงการมิสไซล์ไททัน (Titan Missile Program) ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของของการนำแนวคิดเรื่องเซ็นเซอร์ Optical มาสร้าง Teletronix® LA-2A Leveling Amplifier ซึ่งเป็นหนึ่งใน Compressor ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์

 

จุดกำเนิดของ Optical Limiting Amplifier

Jim Lawrence เกิดในปี 1924 เมื่อเขาโตมาก็ได้ประจำการในกองทัพเรือในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฐานะผู้ควบคุมเรดาร์ และเขาก็ได้ศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย และทำงานที่ JPL ซึ่งด้วยทักษะ และความรู้เรื่องไฟฟ้าที่เขามีอยู่นั้น เค้าได้ใช้มันเพื่อแก้ปัญหาที่เขารำคาญใจมาตลอดคือ เขารู้สึกหงุดหงิดที่ต้องคอยขับเกนเพื่อรักษาระดับสัญญาณให้คงที่ เพื่อให้เสียงวิทยุในการออกอากาศคงที่ในช่วงที่เขาอยู่ที่ KMGM ในลอสแองเจลิส จากความคับข้องใจนั้นจึงทำให้เกิดแนวคิดเรื่อง "Limiting Amplifier"

 

แนวคิดที่ปฏิวัติวงการของเขาคือการสร้าง Limiting Amplifier เครื่องแรกของโลกโดยใช้เซ็นเซอร์ Optical ซึ่ง Lawrence ได้ใช้ความรู้จากช่วงที่เป็นทหารมาออกแบบวงจรที่จะ "level" หรือสัญญาณเสียงที่เข้ามา Lawrence ได้รวมแผง Luminescent เข้ากับตัวต้านทานภาพถ่าย (ซึ่งอิมพีแดนซ์เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับความเข้มของแสง) และปิดผนึกไว้ในหลอดสุญญากาศ ตัวลดทอนสัญญาณแบบ Optical นี้เรียกว่า T4 เป็นสิ่งที่ทำให้เกิด LA-2A 

 

 

เสียงของ LA-2A

ทำไม LA-2A จึงยังคงได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับ Sound Engineer แม้กระทั่ง 50 ปีหลังจากการออกแบบดั้งเดิม ทั้งหมดเป็นเพราะหลักการทำงานของตัว LA-2A ที่ส่งผลต่อเสียงที่ได้ออกมาให้ได้เสียงที่เป็นธรรมชาติ มีการรักษาระดับสัญญาณที่ดีเยี่ยมจน Bill Putnam Jr. ซึ่งเป็น CEO ของ Universal Audio กล่าวไว้ว่า  “มันปฏิบัติต่อสัญญาณของคุณด้วยความรัก” ซึ่งด้วยความเป็นธรรมชาตินี้ LA-2A จึงถูกนิยมใช้กับเสียงร้อง และเครื่องดนตรีอคูสติก

 

พัฒนาการของ LA-2A

ในปี 1958 Jim Lawrence ก่อตั้งบริษัท Teletronix Engineering ในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยผลิตผลิตภัณฑ์ออกอากาศ เช่น หลอดส่งสัญญาณ เครื่องขยายเสียง และเครื่องส่งสัญญาณวิทยุแบบครบวงจร Limiting Amplifier เครื่องแรกของเขาคือ Teletronix LA-1 ซึ่งผลิตได้เพียง 100 ตัวเท่านั้น ซึ่ง Gene Autry ตำนานนักร้อง ชอบ Teletronix LA-1 มาก และใช้มันสำหรับรายการวิทยุ และช่วงบันทึกเสียงของเขา จนทำให้ต่อมาได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย

 

หลังจากที่ผลิต LA-1 มาเพียง 100 ตัว Lawrence ก็ได้สร้าง LA-2 โดยถอดแบบมาจาก LA-1 ซึ่งมี VU Meter ที่ใหญ่กว่า LA-1 และการเพิ่มโฟโตเซลล์ Optical T4A ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านหน้าตา และความสามารถในการ Level เสียง รวมถึงการเปลี่ยนสวิตช์การวัดแสงจากสวิตช์สลับแบบหลายตำแหน่งเป็นสวิตช์แบบหมุน 

 

 

ในปี 1962 Lawrence ได้กำหนดค่า LA-2 ใหม่ให้เป็น LA-2A เครื่องแรกโดยมีหน้ากากสีเทาและเปลี่ยนรูปแบบการเดินสายไฟภายในเครื่องที่ยุ่งเหยิง สำหรับ LA-2A แผงป้อมปืนถูกวางไว้ในแถบยาวที่ด้านล่างของแชสซี ช่วยจัดระเบียบสายไฟภายในตัวเครื่อง การเดินสายไฟที่สั้นและสะอาดกว่านี้ทำให้ LA-2A มีพื้นเสียงรบกวนต่ำกว่ารุ่นก่อน

 

ในปี 1965 Lawrence ขาย Teletronix ให้กับ Babcock Electronics แห่งคอสตาเมซา รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี 1967, Studio Electronics (ต่อมาเป็น UREI) และ บริษัทของ Bill Putnam และการที่ Babcock นำ LA-2A มาใช้ในการออกอากาศจึงทำให้ Teletronix ได้รับการยอมรับ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการผลิต LA-2A จากสี Gray เป็น Silver

 

เมื่อการพัฒนาของเทคโนโลยีโซลิดสเตตเติบโตเต็มที่ UREI ได้เปิดตัว Limiting Amplifier ที่ใช้ตัวลดทอนสัญญาณแบบ Optical T4 ที่ได้รับสิทธิบัตร แต่ไม่มีวงจรแบบ Tube ที่ใช้พื้นที่มาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์อย่าง LA-3A, LA-4 และ LA-5 ได้รับความนิยม ยอดขายของ LA-2A จึงชะลอตัวลงจนกระทั่งเลิกผลิตในปี 1969

 

 

เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงผู้คนที่ทิ้ง Vintage Tube Compressor ในสมัยนั้น แต่ Tube เป็นเทคโนโลยีที่เก่า และโซลิดสเตตเป็นสิ่งใหม่ ทนทานกว่า แต่ด้วยลักษณะการทำงานที่ไม่เหมือนใครของ LA-2A และคาแร็คเตอร์เสียงที่โดดเด่น LA-2A จึงถูกนำมาผลิตใหม่ ในปี 1999 โดย Universal Audio